หลักสูตร การสร้างและพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ สำหรับครูปฐมวัย

Creating and development to the professional learning community of early childhood teachers

 

แนวคิดและหลักการของหลักสูตร

          ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) มีพื้นฐานแนวคิด   มาจากภาคธุรกิจเกี่ยวกับความสามารถขององค์กรในการเรียนรู้ (Thompson, Gregg, & Niska, 2004) เป็นการนำแนวคิดองค์กรแห่งการเรียนรู้มาประยุกต์โดยอธิบายว่า การอุปมาที่เปรียบเทียบให้โรงเรียนเป็นองค์กรนั้นน่าจะไม่เหมาะสมและถูกต้อง แท้จริงแล้วโรงเรียน มีความเป็น “ชุมชน” มากกว่าความเป็นองค์กร ซึ่งความเป็น “องค์กร” กับ “ชุมชน” มีความแตกต่างกันที่ความเป็นชุมชน จะยึดโยงภายในต่อกันด้วยค่านิยม แนวคิด และความผูกพันร่วมกันของทุกคนที่เป็นสมาชิก ซึ่งเป็นแนวคิดตรงกันข้ามกับ “ความเป็นองค์กร” ที่มีความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในลักษณะที่ยึดตามระดับลดหลั่นกันลงมา มีกลไกการควบคุมและมีโครงสร้างแบบตึงตัวที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบและวัฒนธรรมของการใช้อำนาจเป็นหลัก ในขณะที่ชุมชนจะใช้อิทธิพลที่เกิดจากการมีค่านิยมและวัตถุประสงค์ร่วมกัน เป็นความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกเชิงวิชาชีพมีความเป็นกัลยาณมิตรเชิงวิชาการ และยึดหลักต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน แบบผนึกกำลังกันในการปฏิบัติงานที่มุ่งสู่พัฒนาการ การเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นสำคัญ นอกจากนี้องค์กรยังทำให้เกิดคุณลักษณะบางอย่างขึ้น เช่นลดความเป็นกันเองต่อกันลงมีความเป็นราชการมากขึ้น และถูกควบคุมจากภายนอกให้ต้องรักษาสถานภาพเดิมของหน่วยงานไว้ จึงเห็นว่าถ้ามองโรงเรียนในฐานะแบบองค์กรดังกล่าวแล้วก็จะท้าให้โรงเรียนมีความเป็นแบบทางการที่สร้างความรู้สึกห่างระหว่างบุคคลมากยิ่งขึ้นมีกลไกที่บังคับควบคุมมากมายและมักมีจุดเน้นในเรื่อง   ที่เป็นงานด้านเทคนิคเป็นหลักในทางตรงข้ามถ้ายอมรับว่าโรงเรียนมีฐานะแบบที่เป็นชุมชนแล้วบรรยากาศ       ที่ตามมาก็คือสมาชิกมีความผูกพันต่อกันด้วยวัตถุประสงค์ร่วม มีการสร้างสัมพันธภาพที่ใกล้ชิดสนิทสนม และเกิดการร่วมสร้างบรรยากาศที่ทุกคนแสดงออกถึงความห่วงหาอาทรต่อกันและช่วยดูและสวัสดิภาพร่วมกัน (Sergiovanni, 1994) โดยที่ใส่ใจร่วมกันถึงการเรียนรู้และความรับผิดชอบหลักร่วมกันของชุมชน นั่นคือพัฒนาการการเรียนรู้ของผู้เรียน อย่างไรก็ตาม การรวมตัวการเรียนรู้ การเปลี่ยนแปลงใด ๆ เป็นไปได้ยากที่จะทำเพียงลำพังหรือเพียงนโยบายเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนทั้งระบบโรงเรียน 

 จากการสำรวจความคิดเห็น (Poll) เกี่ยวกับความสามารถในการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้สำหรับครูปฐมวัยของกิตติ กสิณธารา ผ่านเฟซบุ๊ก ที่ Facebook.com/ตัวอย่างสื่อปฐมวัย, Facebook.com/ครูปฐมวัย PLC และ Facebook.com/Kru Lek PLC พบว่า "ครูปฐมวัยส่วนใหญ่ขาดความรู้ ความข้าใจในการทำ PLC ขาดที่ปรึกษา ไม่มีตัวอย่างให้ศึกษา” นอกจากนั้นยังพบอีกว่า “ครูมีความคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการทำ PLC กล่าวคือครู “ไม่อยากทำ เดี๋ยวนโยบายก็เปลี่ยน นโยบายเปลี่ยนก็ไม่ต้องทำ PLC  มีครูปฐมวัยคนเดียว         ในโรงเรียนไม่รู้ว่าจะเข้ากลุ่มกับใคร และที่สำคัญคือไม่เห็นมีใครที่โรงเรียนทำกันเลย” ประกอบกับ สพฐ.ได้กำหนดให้ครูต้องทำ Logbook แต่ Logbook ที่มีอยู่ในปัจจุบันก็มีอยู่อย่างกลากหลาย แต่ สพฐ./กคศ. ก็ไม่ได้มีรูปแบบ/แบบฟอร์มการเขียน Logbook เป็นมาตรฐานกลางสำหรับครูใช้ การทำ Logbook ของครูจึงมีความหลากหลายโดยทั่วและในโรงเรียนเดียวกัน

จึงมีความจำเป็นต้องสร้างความเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ที่สอดคล้องกับธรรมชาติทางวิชาชีพร่วมกันในโรงเรียน ย่อมมีความเป็นชุมชนที่สัมพันธ์กันอย่างแน่นแฟ้น (Senge, 1990) ซึ่งเป็นอำนาจที่การสร้างพลังมวลชนเริ่มจากภาวะผู้นำร่วมของครูเพื่อขับเคลื่อนการปรับปรุงและพัฒนาสถานศึกษา (Fullan, 2005) สำหรับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้หรือพัฒนาตนเองของครูปฐมวัยในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็กปฐมวัยนั้น การพัฒนาตนเองโดยใช้หลักชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพย่อมทำให้ครูปฐมวัยทราบถึงแนวทาง แนวคิด และหลักการพัฒนาตนเองให้สอดคล้องและเป็นไปในแนวทางที่ถูกต้อง ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพหรือ PLC นั้นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการจัดการเรียนการสอนในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก ซึ่งสามารถส่งผลดีทั้งต่อครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันแหล่งชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพยังคงมีจำนวนไม่มากนัก และโรงเรียนในบางแห่งยังคงเข้าใจความหมายของชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพไม่ถูกต้อง ไม่เข้าใจเท่าที่ควร ดังนั้น การสร้างและพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพให้มีความพร้อม และเป็นไปในทิศทางเดียวกันย่อมจะส่งผลดีต่อการศึกษาในอนาคตได้ 

จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้ผู้วิจัยสนใจที่จะศึกษาการสร้างและพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพสำหรับครูปฐมวัย เพื่อเป็นการพัฒนาแหล่งชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพให้มีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความเข้าใจต่อครูปฐมวัยในการพัฒนาตนเองโดยผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพให้มีความเข้าใจและประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

  พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2545 มาตรา 10 ที่ระบุว่า การจัดการศึกษาต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย การจัดการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสารและการเรียนรู้หรือมีร่างกายพิการ หรือทุพพลภาพหรือบุคคลซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้หรือไม่มีผู้ดูแลหรือด้อยโอกาส ต้องจัดให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ การศึกษาสำหรับคนพิการในวรรคสอง ให้จัดให้ตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิได้รับความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา นอกจากนี้แล้วในมาตรา 22 ยังระบุถึงหลักการจัดการศึกษาว่า ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ต้องจัดการศึกษาที่พัฒนาผู้เรียนตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ ดังนั้นครูปฐมวัยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแสวงหาวิธีการที่จะช่วยให้เด็กปฐมวัยทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติดังกล่าว 

         จากการศึกษาทฤษฎีพหุปัญญาของ Gardner ได้กล่าวถึงประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการเรียนรู้ ว่า “How students learn in a holistic & natural way” (Gardner, 1983) ซึ่งหมายความว่า นักเรียนเรียนรู้ในวิถีทางที่เป็นองค์รวมและธรรมชาติ สติปัญญาของผู้เรียนถูกเปิดไว้เพื่อการเรียนรู้และครูต้องพัฒนาโอกาสที่หลากหลายเพื่อให้นักเรียนได้สืบเสาะและคิด ซึ่งสอดคล้องกับ Tomlinson เขียนหนังสือ “How to Differentiated Instruction in Mixed Ability Classroom” ในปี 1995 ซึ่งเน้นเกี่ยวกับการใช้ Differentiated Instruction ในชั้นเรียนว่าผู้เรียนที่มีความสามารถหลากหลาย ดังนั้นเพื่อช่วยให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพที่หลากหลายและให้สอดคล้องตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงจำเป็นต้องสร้างและพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพสำหรับครูปฐมวัย (Professional Learning Community : PLC) 

        การสร้างและพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพสำหรับครูปฐมวัย (Professional Learning Community : PLC) หมายถึงการรวมตัวกันทำงานไปพัฒนาทักษะและการเรียนรู้เพื่อปฏิบัติหน้าที่ครูเพื่อศิษย์ไป  โดยรวมตัวกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (ลปรร.) จากประสบการณ์ตรง   ทำให้การทำหน้าที่ครูเพื่อศิษย์เป็นการทำงานเป็นกลุ่มหรือเป็นทีม   ซึ่งอาจเป็นทีมในโรงเรียนเดียวกันก็ได้ ต่างโรงเรียนกันก็ได้หรืออาจจะอยู่ห่างไกลกันก็ได้

คุณสมบัติผู้เข้าอบรม

1. เป็นครูที่มีความเกี่ยวข้องทางการศึกษา

2. มีประสบการณ์สอน 1 ปีขึ้นไป

3. มีความสนใจในการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับบริบทของตนเองได้ตลอดไปอย่างยั่งยืน

 

 

เนื้อหาสาระและกิจกรรม/กระบวนการของหลักสูตร มีดังนี้

หัวข้อเนื้อหาสาระ ประกอบด้วย 4 สาระการอบรมซึ่งมีความเข้มข้นและทันสมัยกลุ่มบูรณาการเนื้อหาสาระกับศาสตร์วิชาชีพครู และ/หรือ เทคโนโลยีสารสนเทศ ดังนี้  

1. การสร้างและพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้สำหรับครูปฐมวัย

2. การจัดการเรียนชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ

3. องค์ประกอบชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Professional Learning Community: PLC) 

4. ลักษณะของชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ

 

ซึ่งประกอบด้วยการบรรยาย 30% ปฏิบัติการ 70%

ติดต่อ Line

@KruCBL

สอบถามทางโทรศัพท์

อ.เอ็มมี่ 

 0808107181

  • YouTube Social  Icon
  • Facebook Social Icon